CDC ยืนยันครั้งแรก “ไข้หวัดนก H5N1” แพร่จากแมวสู่คนได้ เตือนอาหารดิบ-นมดิบ เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ
วงการสาธารณสุขทั่วโลกกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด หลังศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (CDC) เปิดเผยผลการศึกษาที่สร้างความกังวลไม่น้อย เมื่อพบหลักฐานบ่งชี้ว่า เชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 สามารถแพร่จาก “แมวเลี้ยง” สู่มนุษย์ได้เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ
ผลการศึกษาดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านวารสารทางการแพทย์ Morbidity and Mortality Weekly Report โดยชี้ว่า อาหารสัตว์ประเภท “เนื้อดิบ” และ “นมดิบ” อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แมวติดเชื้อ ก่อนนำไปสู่การแพร่กระจายของไวรัสสู่คนใกล้ชิด
จุดเริ่มต้นจากแมวป่วยปริศนาในลอสแอนเจลิส
รายงานระบุว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2024 เมื่อแมวเลี้ยงตัวหนึ่งในลอสแอนเจลิสเคาน์ตี สหรัฐอเมริกา มีอาการป่วยรุนแรงหลังได้รับอาหารดิบสำเร็จรูป
แมวตัวดังกล่าวเริ่มมีปัญหาระบบทางเดินหายใจ กล้ามเนื้ออ่อนแรง สูญเสียการทรงตัว และการมองเห็นลดลง เจ้าของต้องพาเข้ารักษาตัวตามคลินิกสัตวแพทย์ถึง 4 แห่ง ภายในเวลาเพียงสัปดาห์กว่าๆ เพื่อหาสาเหตุของอาการผิดปกติ
ท้ายที่สุด ผลตรวจยืนยันว่าแมวติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1
หลังจากนั้น หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่พบว่า ไม่ใช่แค่แมวตัวเดียว แต่มีแมวบ้านอีก 19 ตัว จาก 5 ครัวเรือน ที่มีอาการรุนแรงคล้ายกัน ทั้งทางเดินหายใจ ระบบประสาท และตับ โดยแมวทั้งหมดมีประวัติกินเนื้อดิบ อาหารสัตว์ดิบ หรือนมดิบ
ในจำนวนนี้ มีแมวถึง 14 ตัว ที่เสียชีวิตหรือถูกทำการุณยฆาต เนื่องจากอาการทรุดหนัก
พบสัตวแพทย์ติดเชื้อ หลังรักษาแมวป่วย
สิ่งที่ทำให้นักวิจัยกังวลมากขึ้น คือการตรวจพบหลักฐานว่า เชื้ออาจแพร่จากแมวสู่คนได้จริง
กรมอนามัยสาธารณะเทศมณฑลลอสแอนเจลิส (LACDPH) ได้ติดตามบุคคลที่อาจสัมผัสเชื้อรวม 139 คน ทั้งเจ้าของสัตว์เลี้ยงและเจ้าหน้าที่คลินิกสัตวแพทย์
หลายคนรายงานว่ามีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่หลังสัมผัสแมวป่วย โดยมีหนึ่งรายระบุว่าป่วยถึง 2 ครั้ง หลังสัมผัสแมวติดเชื้อคนละตัว
ต่อมา นักวิจัยได้ทำการตรวจเลือดเพื่อหาแอนติบอดีต่อเชื้อ H5N1 ในกลุ่มตัวอย่าง 25 คน ผลพบว่า มีเพียง 1 คน ที่ตรวจพบภูมิคุ้มกัน ซึ่งก็คือสัตวแพทย์ที่เคยรักษาแมวติดเชื้อเมื่อประมาณ 120 วันก่อน
ที่สำคัญ สัตวแพทย์รายดังกล่าวไม่มีประวัติสัมผัสสัตว์ปีก นกป่า หรือโคที่ติดเชื้อ รวมถึงไม่ได้บริโภคอาหารดิบหรือนมดิบ ทำให้นักวิจัยเชื่อว่า การติดเชื้อมีความเป็นไปได้สูงว่าจะมาจาก “แมว” โดยตรง
H5N1 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่นกอีกต่อไป
แม้ชื่อจะเรียกว่า “ไข้หวัดนก” แต่ปัจจุบันไวรัส H5N1 ถูกพบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลากหลายชนิดมากขึ้น ตั้งแต่วัว นาก ไปจนถึงสัตว์ป่าอื่นๆ
CDC ระบุว่า ขณะนี้เชื้อกำลังแพร่ระบาดในนกทั่วโลก และยังตรวจพบไวรัสปริมาณสูงในน้ำนมวัวบางพื้นที่ของสหรัฐฯ ด้วย
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ไวรัสชนิดนี้สามารถถูกทำลายได้ด้วยความร้อน จึงแนะนำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลีกเลี่ยงการให้อาหารดิบหรือนมดิบกับสัตว์
สถานการณ์ตอนนี้น่ากังวลแค่ไหน?
แม้งานวิจัยจะยืนยันความเป็นไปได้ของการแพร่เชื้อจากแมวสู่คน แต่ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่า ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับจำกัด
ข้อมูลจาก CDC ระบุว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2024 สหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อ H5N1 ในคนรวม 71 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งถือว่าน้อยกว่าที่เคยกังวลในช่วงแรก
นักวิจัยยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่า เหตุใดอัตราการเสียชีวิตจึงต่ำลง แต่อาจเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันเดิมของมนุษย์ หรือการกลายพันธุ์ของไวรัสที่ทำให้ความรุนแรงลดลง
คำแนะนำสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง
CDC และผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์แนะนำว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารดิบ เนื้อดิบ หรือนมดิบกับแมวและสุนัข รวมถึงควรเฝ้าระวังอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก ซึม เดินเซ หรือมีอาการทางระบบประสาท
หากสัตว์เลี้ยงมีอาการผิดปกติ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที และผู้ปฏิบัติงานด้านสัตวแพทย์ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) อย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อ
แม้สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นต้องตื่นตระหนก แต่การเฝ้าระวังและป้องกันตั้งแต่ต้น ถือเป็นวิธีสำคัญที่สุดในการลดความเสี่ยงจากไวรัสสายพันธุ์นี้ในอนาคต