ชะตากรรม 6 นักเรียน ติดเกาะร้าง 15 เดือน รอดตายไม่นองเลือด ผ่านมา 50 ปีชีวิตเป็นยังไง?

Author:

เรื่องจริงของ 6 นักเรียนติดเกาะร้าง 15 เดือน เผยชีวิตล่าสุดหลังผ่านไป 50 ปี

เปิดชะตากรรม 6 นักเรียนชายติดเกาะร้างนาน 15 เดือน ผ่านไป 50 ปี ชีวิตแต่ละคนเป็นอย่างไร? เผยความจริงสุดพีคที่หักมุมนิยายดัง “Lord of the Flies” โดยสิ้นเชิง!

ในเดือนมิถุนายน ปี 1965 เรื่องราวการผจญภัยอันระห่ำของกลุ่มนักเรียนชาย 6 คนจากโรงเรียนประจำเซนต์แอนดรูว์บนเกาะตองกาตาปู ประเทศตองกา ได้แก่ เทวิตา ซิโอลาอา, โคโล เฟคิโตอา, มาโน โตเตา, ลุค เวย์โคโซ, ฟาไต ลาตู และ ซิโอเน ได้กลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเอาชีวิตรอดที่น่าทึ่งที่สุดของโลก หลังจากพวกเขาตัดสินใจ “หยิบยืม” เรือประมงลำเล็กเพื่อล่องเรือไปยังนิวซีแลนด์โดยไม่มีการวางแผนล่วงหน้า

จากทริปเสี่ยงตายสู่การติดเกาะร้าง 15 เดือน

เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากออกเรือ พายุขนาดใหญ่ได้พัดเข้าถล่มจนใบเรือและหางเสือได้รับความเสียหาย ส่งผลให้เรือขาดการควบคุมและลอยคว้างอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้เป็นเวลา 8 วันเต็มโดยไม่มีอาหารและน้ำดื่ม กลุ่มวัยรุ่นต้องประทังชีวิตด้วยการรองน้ำฝนจากกะลามะพร้าว จนกระทั่งเรืออับปางเข้าสู่ “เกาะอาตา” (ʻAta) ซึ่งเป็นเกาะร้างที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่

เมื่อตั้งสติได้ ทั้ง 6 คนได้ให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะดูแลกันเสมือนพี่น้องเพื่อเอาชีวิตรอด พวกเขาแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ทั้งการล่าสัตว์ การทำอาหาร การเพาะปลูก และการดูแลกองไฟ โดยตกลงร่วมกันว่าหากเกิดความขัดแย้ง จะใช้วิธีหันหน้าพูดคุยและขอโทษกันแทนการใช้กำลัง

สร้าง “สังคมจำลอง” และปาฏิหาริย์แห่งความสามัคคี

โชคชะตายังเข้าข้างเมื่อพวกเขาพบร่องรอยของชุมชนโบราณที่เคยอาศัยอยู่บนเกาะเมื่อ 100 ปีก่อน ทำให้พบต้นกล้วย ไก่ป่า และแหล่งน้ำจืดตามโขดหิน กลุ่มนักเรียนชายได้ร่วมกันสร้างระบบสาธารณูปโภคขนาดย่อม มีการต่อรางรองน้ำฝน สร้างที่พักชั่วคราว และประดิษฐ์กีตาร์ขึ้นมาเพื่อความบันเทิง

สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือ พวกเขาสามารถรักษา “กองไฟ” ไม่ให้ดับได้เลยตลอดระยะเวลา 15 เดือน พร้อมทั้งรักษาจิตใจให้เข้มแข็งด้วยการสวดมนต์ร่วมกันวันละ 2 ครั้ง และเล่นกีฬาเพื่อคลายความเครียด

พฤติกรรมของกลุ่มวัยรุ่นตองกานี้ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับเนื้อหาในนวนิยายชื่อดังเรื่อง Lord of the Flies (วัยรุ่นที่ติดเกาะร้างแล้วเข่นฆ่ากันเอง) เนื่องจากพวกเขาประทังชีวิตรอดมาได้ด้วยพลังแห่งความสามัคคีและความเชื่อใจ

การช่วยเหลือและบั้นท้ายชีวิตหลังผ่านไปกึ่งศตวรรษ

ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในวันที่ 11 กันยายน 1966 เมื่อ ปีเตอร์ วอร์เนอร์ กัปตันเรือชาวออสเตรเลีย สังเกตเห็นสัญญาณผิดปกติจากเกาะร้างและได้เข้าช่วยเหลือ นำตัวทั้ง 6 คนกลับคืนสู่มาตุภูมิ ซึ่งในขณะนั้นครอบครัวของพวกเขาได้จัดพิธีศพไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเนื่องจากคิดว่าเสียชีวิตทั้งหมด

แม้ในช่วงแรกที่กลับมาพวกเขาจะถูกควบคุมตัวในข้อหาขโมยเรือ แต่กัปตันวอร์เนอร์ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือด้วยการจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายให้ทั้งหมด และยังจ้างพวกเขาเข้าทำงานในเรือประมงของตนเอง กลายเป็นความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นยาวนานหลายทศวรรษ (กัปตันวอร์เนอร์เสียชีวิตในปี 2021 ในวัย 90 ปีจากอุบัติเหตุทางทะเล)

ปัจจุบัน ชะตากรรมของทั้ง 6 คนในอีก 50 ปีต่อมาได้เปลี่ยนไปตามกาลเวลา:

  • ผู้ที่ล่วงลับ: ลุค เวย์โคโซ (หันไปยึดอาชีพนักมวยสากลและเสียชีวิตในปี 2022) รวมถึง โคโล เฟคิโตอา และ ฟาไต ลาตู ที่เสียชีวิตแล้วเช่นกัน

  • ผู้ที่มีชีวิตอยู่: ซิโอเน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นศิษยาภิบาล ของคริสตจักรตองกาในสหรัฐอเมริกา ส่วน มาโน โตเตา และ เทวิตา ซิโอลาอา ย้ายไปตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์

มีรายงานว่าค่ายภาพยนตร์ฮอลลีวูดได้ซื้อลิขสิทธิ์เรื่องราวการเอาชีวิตรอดของพวกเขานำไปพัฒนาเป็นภาพยนตร์ แต่อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวยังไม่มีกำหนดการฉายอย่างเป็นทางการในปัจจุบันเรื่องราวของกลุ่มนักเรียนชายชาวตองกาเป็นข้อพิสูจน์ที่จับต้องได้ว่า ในสถานการณ์วิกฤตที่ต้องเผชิญหน้ากับความตาย ความสามัคคีและการจัดระเบียบโครงสร้างทางสังคมอย่างเป็นระบบคือปัจจัยสำคัญที่ชี้ชะตาความอยู่รอดของมนุษย์ การศึกษาประวัติศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์จากการเอาชีวิตรอดในอดีต ช่วยให้เราตระหนักถึงคุณค่าของการทำงานเป็นทีมและความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคและความท้าทายในการทำงานและการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบันได้อย่างยั่งยืน