จากกรณี “แน็ก ชาลี ไตรรัตน์” นักแสดงชื่อดัง ออกมาเปิดเผยเหตุคนร้ายงัดแงะบ้านพักในซอยโชคชัย 4 เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 ก่อนกวาดทรัพย์สินไปเกือบหมด มูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท โดยมีของสะสมจำนวนมากสูญหาย โดยเฉพาะเครื่องดนตรีโบราณ เช่น ไวโอลินอิตาลีอายุกว่า 100 ปี จำนวน 300-400 ตัว และกีตาร์อีกนับร้อย รวมเกือบ 1,000 ชิ้น แม้แต่เครื่องใช้ในบ้านอย่างแอร์ ปั๊มน้ำ ก๊อกน้ำ และสายฉีดชำระก็ไม่เหลือ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ล่าสุด เพจ “อรรถรส” ได้สรุปบทสัมภาษณ์ของแน็ก ระบุว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อเพื่อนบ้านโทรมาแจ้งว่าประตูรั้วยาว 7 เมตรหลุดจากราง เมื่อเข้าไปตรวจสอบในช่วงกลางดึก พบว่าบ้านถูกรื้อค้นอย่างหนัก ตู้โชว์เครื่องดนตรีถูกทุบ ตู้เซฟขนาดใหญ่บนชั้น 3 ถูกเจาะ คนร้ายใช้รถกระบะตู้ทึบขนทรัพย์สินออกไปมากถึง 10 รอบ

แน็กเผยว่า ที่ไม่ออกมาพูดตั้งแต่แรก เพราะภาพลักษณ์ที่ดูเป็นคนตลก ทำให้เมื่อบอกว่าทรัพย์สินหาย 50 ล้าน กลับถูกมองว่าแต่งเรื่องหรือสร้างคอนเทนต์ ทั้งที่ของทั้งหมดเป็นของสะสมและมีเอกสารถูกต้อง
อีกประเด็นสำคัญคือ อาวุธปืนสะสมโบราณจำนวน 65 กระบอก ซึ่งมีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นของที่แน็กรับปากเจ้าของเดิมว่าจะดูแลให้ดี โดยเจ้าตัวย้ำว่าเหตุที่เก็บไว้ในบ้านหลังดังกล่าว เพราะต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ห้ามเคลื่อนย้ายอาวุธออกจากสถานที่ที่จดทะเบียน

ในส่วนของคดี เพจอรรถรสระบุว่า ตำรวจจับผู้ต้องหาได้ชุดแรกคือ “อ้น” และ “ตี๋” ซึ่งเป็นแก๊งขับซาเล้ง โดย “อ้น” เป็นคนที่แม่ของแน็กเคยช่วยเหลือให้ข้าวให้น้ำ แต่กลับมาก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม อ้นติดคุกเพียง 2 เดือนเศษก็ถูกปล่อยตัว เนื่องจากตำรวจส่งฟ้องไม่ทัน และหลังออกจากคุกยังกลับมาขอเงินแน็กไปซื้อนมให้ลูก ซึ่งแน็กก็โอนให้ด้วยความสงสาร
คดีเงียบไปพักใหญ่ แน็กจึงสืบหาหลักฐานเอง จนพบการประกาศขายเครื่องดนตรีเฉพาะทางของตนในโซเชียล และวางแผนล่อซื้อ พร้อมประสานตำรวจอีก สน. เข้าตรวจค้นห้องของ “อาร์ต” ซึ่งเป็นหัวโจก พบของกลางหลายรายการ ทั้งคันเบ็ด หมวกกันน็อก และซองปืนของแน็ก อีกทั้งเมื่อไปตรวจบ้านของอาร์ตที่อยู่ตรงข้ามกัน ยังพบว่าอาร์ตนำผ้าม่านจากบ้านแน็กไปใช้
หลักฐานสำคัญที่ชัดเจนคือ “ผ้าปูที่นอน” ในบ้านอาร์ต ซึ่งเป็นลายเดียวกับที่ใช้เป็นฉากหลังถ่ายรูปโพสต์ขายปืนของแน็กจำนวน 10 กระบอกในอินเทอร์เน็ต

อย่างไรก็ตาม แม้หลักฐานจะชัดเจน แต่เพจอรรถรสเผยว่า ตำรวจกลับบอกว่า “อาร์ตเป็นคนดี เดี๋ยวจะเอาปืนมาคืน” ก่อนปล่อยตัวไป ซึ่งสุดท้ายอาร์ตนำปืนมาคืนเพียง 1 กระบอก มูลค่าประมาณ 30,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 64 กระบอกหายไป
แน็กพยายามติดตามความคืบหน้าคดีและผลตรวจลายนิ้วมือ แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด กระทั่งมีตำรวจนายหนึ่งโทรมาขอโทษเป็นการส่วนตัว พร้อมเผยว่า “ผู้ใหญ่สั่งไม่ให้ตาม”
ขณะที่ในรายการ “พุทธ Talk” มีการวิเคราะห์ว่า ปืนโบราณที่มีทะเบียนถูกต้อง ไม่สามารถขายในตลาดทั่วไปได้ จึงมีความเป็นไปได้ว่าสิ่งของอาจตกไปอยู่ในมือของนักสะสมรายใหญ่หรือผู้มีอิทธิพล ทำให้เกิดคำสั่งให้ยุติการดำเนินคดี

ปัจจุบัน ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมทั้ง 5 คนยังใช้ชีวิตตามปกติ และมีรายงานจากชาวบ้านว่า “อาร์ต” มีฐานะดีขึ้นผิดสังเกตถึงขั้นออกรถใหม่ ทำให้แน็กยอมรับความจริงว่าอาจไม่ได้ทรัพย์สินคืน และต้องอยู่กับความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถรักษาสัญญาเรื่องปืนกับเจ้าของเดิมไว้ได้

ขอบคุณ อรรถรส