เรียกว่าเป็นประเด็นดราม่าเดือดสะเทือนวงการตลก กับดราม่างานศพเหน่ง เหม่งจ๋าย หลังจากที่ ไอซ์ ภรรยาของ เหน่ง เหม่งจ๋าย ได้ออกมาโพสต์ข้อความเดือดเรื่องการสร้างภาพ โดยระบุว่า “จบงานแล้ว ก็เลิกสร้างภาพสักทีคะ อย่าให้เหลานะคะ ไม่อยากทำ” ซึ่งทำให้ดาราตลกชื่อดังหลายคนออกมาเคลื่อนไหวถึงไอซ์อย่างดุเดือด


ทั้งบอล เชิญยิ้ม , แจ๊ส ชวนชื่น , นาย เดอะคอมเมเดี้ยน รวมถึงตลกชื่อดังอีกหลายคน และอีกคนที่ออกมาเคลื่อนไหวถึงเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องคือ ป๋าชู วัดเศวต ทั้งเรื่องการถามหาเงินประกันตั้งแต่ยังไม่รดน้ำศพ รวมถึงเรื่องเงินใส่ซอง 32000 บาท
ล่าสุด ป๋าชู วัดเศวต ได้ไลฟ์เดือดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมเผยมติผู้ใหญ่ในวงการ
ป๋าชูยืนยันประเด็นที่ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัยเรื่องยอดเงินบริจาคในงานศพเพียง 32,000 บาท ทั้งที่มีผู้มาร่วมงานจำนวนมาก โดยระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นยอดจริงที่เปิดซองต่อหน้าผู้ใหญ่ในวงการอย่างโปร่งใส ไม่สามารถบิดเบือนได้ หากฝ่ายใดต้องการก็สามารถนำไปได้ ส่วนค่าใช้จ่ายตลอดการจัดงานศพ 7 วัน ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าน้ำ รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับทีมงาน “บอลกับยูริ” เป็นผู้ควักเงินส่วนตัวออกมาดูแลแทบทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ป๋าชูยอมรับว่าเป็นคนโพสต์เปิดประเด็นเรื่อง “เงินประกันชีวิต” ด้วยตนเอง เนื่องจากไม่พอใจที่มีบางคนรีบร้อนเข้ามาสอบถามเรื่องการดำเนินการเบิกเงินประกัน ทั้งที่ในเวลานั้นยังไม่ได้รับศพของพี่เหน่งมาทำพิธีรดน้ำศพด้วยซ้ำ
ในส่วนของลูกๆ ของเหน่ง ป๋าชูเล่าว่า ลูกชายคนโตเป็นเด็กที่น่าชื่นชมมาก ตลอดระยะเวลาจัดงานศพ 7 วัน ไม่เคยเอ่ยปากถามถึงเรื่องเงิน ทรัพย์สิน บ้าน หรือรถของพ่อแม้แต่ครั้งเดียว เด็กๆ ทำหน้าที่ลูกอย่างเต็มที่จนถึงวินาทีสุดท้าย โดยในวันฌาปนกิจได้ถือดอกไม้จันทน์และผ้าไตรจีวร 15 ผืน เดินเวียนรอบเมรุท่ามกลางแดดร้อนจัดจนแทบเป็นลม พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังอีกฝ่ายว่า ในช่วงเวลานั้นกำลังทำอะไรกันอยู่
นอกจากนี้ ยูริ ภรรยาของบอล ยังได้โทรศัพท์มาบอกกับตนว่าไม่ต้องเป็นห่วง “น้องเพนนี” ลูกคนเล็กของพี่เหน่ง เพราะเธอจะอาสาช่วยดูแลและส่งเสียเรื่องการเรียนให้เอง

ช่วงท้ายของการไลฟ์ ป๋าชูยังเล่านิทานเปรียบเปรยถึงตัวละครชื่อ “เข่ง” และ “สลัน” เพื่ออธิบายเหตุผลที่ต้องออกจากรายการดัง โดยเล่าว่าเรื่องราวเริ่มจากสลันงอนและปิดเครื่องหนีออกจากบ้านไปถึง 7 วัน ก่อนยื่นเงื่อนไขว่าหากต้องการให้กลับมา เข่งต้องยอมจดทะเบียนสมรสเป็นของขวัญปลอบใจ ซึ่งเข่งก็ตัดสินใจยอมทำตาม
อย่างไรก็ตาม หลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว สลันกลับต้องการเข้ามาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเข่ง แต่เข่งปฏิเสธเนื่องจากรายการมีระบบการบริหารแบบบริษัท ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เมื่อไม่ได้เป็นผู้จัดการ สลันจึงยื่นคำขาดให้เข่งออกจากรายการ แล้วเธอจะเป็นคนดูแลรับงานและจัดการโซเชียลมีเดียทั้งหมดเอง สุดท้ายเข่งจึงต้องตัดสินใจเลือกครอบครัวและยอมทิ้งงานไป

ป๋าชูยังฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ถึงเรื่องการจดทะเบียนสมรสว่า ควรคิดให้รอบคอบ เพราะตามกฎหมายทรัพย์สินทั้งหมดของเข่งก็กลายเป็นของสลันโดยสมบูรณ์ และการตัดสินใจบางอย่างอาจทำให้ต้องสูญเสียเพื่อนฝูงหรือคนที่รักไป
ทั้งนี้ ป๋าชูย้ำทิ้งท้ายว่า เรื่องราวทั้งหมดผู้ใหญ่ในวงการได้พูดคุยและตกลงกันแล้ว ตนขอทำตามมติของผู้ใหญ่ ด้วยการยุติดราม่าทุกอย่างตั้งแต่วันนี้ จะไม่โพสต์พาดพิงถึงใครอีก พร้อมขอให้ต่างคนต่างอยู่ และร่วมส่ง “พี่เหน่ง” ไปสู่ภพภูมิที่ดีต่อไป